..... จะว่าไปแล้ว คนเราทุกวันนี้  ทุกคนย่อมพบเจอกับปัญหา  กันทุกคน
ขึ้นอยู่กับว่า จะปัญหาใคร  ปัญหาใหญ่ น้อย  ....
ทำให้บ่อยครั้ง  ...เกิดอาการ ท้อ  แท้   หมดหวัง  ฯลฯ ไปเสียหมด
 
เกิดมาเป็นคน  หากเรานึกย้อนถึง หลักธรรมของศาสนาประจำชาติของไทย  นั่นเราสามารถนำมาประยุกต์
ใช้ เพื่อเป็นหลัก แนวทาง เครื่องยึดเหนียมจิตใจให้ ใช้ชีวิต  สู้ชีวิต  ในโลกใบนี้อย่างมีความสุข (มันส์) 
 
อย่างเช่น  หลักธรรม ข้อหนึง  ..มารไม่มีบารมีไม่เกิด.. เป็นหลักธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ (Intregate) ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้ และสามารถทำให้ชีวิตเรามีความเข้มแข็ง ต่อสู้ได้อย่างท้าทาย  ....เอาซะงั้น 
จึงขออ้างอิงจากบทความที่ได้มาจาก เวบไซต์ประจำ www.teenee.com
 


มารไม่มีบารมีไม่เกิด


ในชีวิตประจำวันหลายคนคงต้องพบเจอกับคำที่ว่า "มารไม่มีบารมีไม่เกิด" ในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์ท่านก็มี "มาร" มาผจญ ภายใต้ร่มโพธิพฤกษ์ที่เงียบสงัด พระสิทธัตถะมหาบุรุษประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ลำพัง โดยทรงประคองจิตให้นิ่งเป็นสมาธิแน่วแน่ในอารมณ์เดียว พร้อมทั้งกำหนดดูลมหายใจเข้า-ออกอย่างช้าๆ สั้น-ยาว และละเอียดลึกจนซ่านไปทั่วพระสรรพางค์กาย พระทัยก็ตั้งมั่นดิ่งลงสู่ความสงบอันล้ำลึก

ขณะที่ทรงตรวจดูสภาพจิตจนทั่ว ก็ทรงพบว่ายังมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางมิให้บรรลุธรรมอย่างใหญ่หลวง ซึ่งเรียกว่า "พญามาร" แฝงอยู่ในจิตสันดาน

ดังนั้น ในเวลาปฐมยาม พระองค์ได้ทรงผจญกับพญามาร พร้อมด้วยเสนามารที่ยกพลกันมาแสดงฤทธิ์ต่างๆ เพื่อให้พระองค์ทรงลุกจากที่นั่ง โดยอ้างว่าบัลลังก์นั้นเป็นของตน

แต่พระองค์หาทรงหวั่นไหวไม่ ทรงผจญเอาชนะพญามาร พร้อมทั้งเสนานั้นด้วยทรงระลึกถึง "พระบารมี 10 ทัศ"

อันว่า พระบารมี 10 ทัศ ที่ทรงบำเพ็ญต่อเนื่องมาตั้งแต่ครั้งเป็นพระบรมโพธิสัตว์ในอดีตชาติ คือ 1.ทานบารมี การเสียสละบริจาคสิ่งของเป็นทานที่ทรงบำเพ็ญอย่างยิ่งยวดถึงขั้นสูงสุด (ปรมัตถบารมี) เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรโพธิสัตว์ 2.ศีลบารมี การรักษากายวาจาให้ปราศจากทุกข์โทษและเวรภัย ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นภูริทัตตนาคราชโพธิสัตว์ 3.เนกขัมมบารมี การปลีกตัวออกบวช ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระเตมีย์โพธิสัตว์

4.ปัญญาบารมี ความรอบรู้ในสิ่งที่ควรรู้ ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นมโหสถโพธิสัตว์ 5.วิริยบารมี ความเพียรพยายามฟันฝ่าเอาชนะอุปสรรค ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระมหาชนกโพธิสัตว์ 6.ขันติบารมี ความอดทนอดกลั้น ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมารโพธิสัตว์ 7.สัจบารมี ความมีสัตย์ คือ พูดจริงทำ จริง ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นวิธุรโพธิสัตว์ 8.อธิษฐานบารมี ความตั้งใจทำความดีอย่างมั่นคง ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นเนมิราชโพธิสัตว์

9.เมตตาบารมี ความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์โดยทั่วหน้า ที่ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นสุวรรณสามโพธิสัตว์ และ 10.อุเบกขาบารมี ความวางใจเป็นกลางอย่างรู้เหตุรู้ผล ที่ ทรงบำเพ็ญถึงขั้นปรมัตถบารมี เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นมหานารทพรหมโพธิสัตว์

พระสิทธัตถะมหาบุรุษ ทรงอ้างเอาแม่พระธรณีเป็นสักขีพยาน จนสามารถเอาชนะพญามาร พร้อมทั้งเสนามารได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในที่สุด

เมื่อพญามารพ่ายแพ้อย่างราบคาบดังนี้แล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดมารบกวนพระทัยของพระองค์อีกเลย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Comment

Comment:

Tweet